วันวุ่นวาย ของนายโหลยโท่ย!! ( Step 1 to best life )

 My Time line of life

At 2/7/2008

        0.00 น ณ บ้านของบักคิด - ขณะนั่นตัวของเกล้ากระผมเองกำลังนั่งปั่นการบ้านภาษาอังกฤษอย่างเมามันส์

เนื่องจากมันดองมานานมากแย้วแถมเกิดเหตุการที่ไม่คาดคิดคือเสือกทำใบงานหายอีกแน่ะ

ซวยแล้วๆๆ ทั้งๆที่จำได้ว่าตูเอาใส่ไว้ในสมุดแบบฝึกหัดนี่หว่า ชิบหายแล้วสมุดเสือกหายไปด้วย

เอาวะไหนๆก็ไหนๆทำใหม่แม่งเลย

        1.30 น - ในที่สุดงานก้เสร็จซักทีวะ ได้เวลาสลบแล้วอ้าวเฮ่ยเคเบิลมีแบ็ทแมนฉายนี่หว่าดูก่อนนอนก็ดี

        2.30 น - สรุปแล้วนี่ตูดูเพลินหรือไงวะดูยันจบเลย สลบดีกว่าว่ะ

         6.30 น - เฮ่ยตื่นๆๆ สายโด่งแล้วว้อยรีบๆไปรร.ได้แล้ว (ถึงในใจแม่งพูดงี้แต่ตัวผมก็ยังอยู่บนที่นอน) เอาวะลุกมาอาบน้ำก็ได้วะค่อยหลับในแถว ก่อนไปก็จัดเป๋าเรียน อ้าวเฮ่ยสมุดที่เมื่อคืนกูหาแทบพลิกแผ่นดิน มันเสือกอยู่ใต้กระเป๋าตูนี่เอง อยากเอาหัวกระแทกฟองน้ำตายชิบ

        7.20 น - ได้เวลาเผ่นออกจากบ้านแล้วนั่งมอไซต์ไปรร.อย่างรวดเร็ว สายแล้วว้อย~

        8.00 น - ขณะเข้าแถวตอนเช้าที่โรงเรียน แหมอากาศกำลังดีเลยของนอนหน่อยละกัน (เห็นผมนิ่งๆไปนี่หลับจริงๆนะเอ้อ แต่ไม่ลึกมาก)

        8.40 น - คาบเคมี  อ.บอกให้อ่านสือเดี๋ยวจะมีสอบ เอออ่านแล้วมั่นใจด้วยให้มาทำได้แน่ๆ สู้ตายว้อยครั้งนี้

        9.30 น - ขณะสอบเคมี อะไรวะเฮ่ยทำไมมันอึนๆ มันเหมือนติดอยู่ที่หัวตูนี่แหล่ะทำไมเมื่อกี้กูยังจำได้ขึ้นใจเลยวะเฮ่ย!!

        10.20 น - คาบภาษาไทย อ.สั่งให้เอาชีทขับเสภามานั่งอ่านและวิเคราะห์ เอาวะเอาขึ้นมาอ่านก็ได้ แต่ทำไมในกลุ่มเจือกมีตูเอามาคนเดียววะ (ทั้งกลุ่มแม่งมี4คน) ขณะอ่านๆกันไปก็เกิดความเบื่อหน่าย กัปปะเว้ยเอามือถือมานั่งเล่นเกมหน่อยเด้

        11.10 น - คาบสังคม อ.สั่งให้เสนองานที่มอบหมายไป โชคดีที่ไม่ใช่กลุ่มตูเลยสบายนั่งฟังอย่างเดียว ถึงงั้นก็เหอะใจมันลอยไปถึงนู่นแล้ว ไม่ฟังฟังแม่งแล้วคิดเรื่องอื่นแทนดีกว่า

        12.00 น - พักเที่ยง แดกไรดีว้าร้านข้าวมันไก่ดีกว่าคนน้อยดี (จะว่าก็ว่านะร้านนี้ไอ้หัวหน้าเกรียน มันแดกทุกวัน ผมเองก็ไม่รู้ว่าร้านนี้เขาใส่กัญชาไว้รึป่าวไหงมันแดกทุกวันไม่มีเลิกรา จะว่าไปพักนี้เราก็ชักติดแล้วสิ ข้าวมันไก่ใส่กัญชาเว้ย!! )แดกข้าวเสร็จก็ต้องนั่งทำงาน ทำๆไปก็เสือกอึนอีกแล้วอะไร่วะ เลยต้องให้เจ้าคอเร็ทมาช่วยกันคิด

        12.50 น - คาบฟิสิกส์ อ.จดบนกระดานแล้วตูก็ลอกๆๆๆ พอจะเข้าใจแหละวะ ซักพักพอตูลอกเสร็จก็งอกแล้ว แถไปโต๊ะอื่นๆซะเรื่อยไป โดยเฉพาะโต๊ะสมาคมเกรียนอึนๆ

        13.40 น - คาบฟิสิกส์ ตูเริ่มไม่สนใจเรียนแล้วฮ่าฮ่าฮ่า นั่งฝอยกับร้องเพลงให้ไอ้ป็อดมันช้ำใจเล่นๆดีกว่า สรุปแล้วท้ายชม.ตูก็นั่งอึนบ้าๆไปวันๆ

        14.30 น - คาบอังกฤษ อ.ให้คนที่ยังไม่ได้สอบไปสอบ ก็ตูนี่หว่า อ้าวเฮ่ยอ.ไม่อยู่ งานนี้เข้าทางโจรเลยดิวะ ท้ายชม. ลอกระนาวเต็มแน่ๆ กร๊ากๆๆๆ

        15.20 น - ประชุมระดับ อ.พูดเรื่องไปค่ายคุณธรรมน่าเบื่อโคตรเลยว้อย งั้นตูหลับฆ่าเวลาดีกว่า ตื่นมาอีกทีก็เลิกประชุมแล้ว แหมมันดีจริงๆ

        16.30 น - จะแล่นกลับบ้านแล้ว ยืนรองานจากอ.ประจำชั้น แต่รอได้สักครึ่งชม.ก็ไม่มางี้ตูก็เผ่นกลับบ้านดิวะ วันนี้ว่างไร้งานกร๊ากๆๆๆ

        17.45 น - ถึงบ้านแล้วว้อย ฝนตกเปียกถึงเล็กน้อยโซ้ยข้าวเย็นแล้วเล่นเกมดีกว่าวุ้ยวันนี้คอมว่าง แหล่มเลยเว่ย

        20.00 น - แรงแมร่งเริ่มจะหมดสงสัยตูคงได้สลบแล้วแหล่ะ แต่ไอ้หัวหน้าเกรียนมันเจือกบอกมีประชุมจะลากเข้าไปคุย รอๆหน่อยก็ดีวะ

        20.00 น+ { ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลหลังจาก 2 ทุ่มได้ } ...... ขี้เกียดก็บอกมาเด้!  ตอนนั่งพิมพ์อยู่นี้มันยังไม่ถึงเวลาหรอกว้อย

 

End Of Day

 และแล้ววันนี้ก็จบไปอีก1วันกับความบ้าๆบอๆของบักคิด ฮ่าฮ่าฮ่า

ปล.เหตุการณืข้างต้นอ้างอิงมาจากประสบการณ์จริงดังนั้นอย่าเอาผมไปเผาซะล่ะนะ 

        
 

อย่างที่กล่าวไว้ ณ หัวข้อ

ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลง ว่ากันเลยละกัน

1.ห้ามใส่เครื่องประดับ ที่ข้อมือยกเว้นนาฬิกา

 : ใส่แล้วทำให้ความสามารถในการเรียนลดลง 10%

 : ใส่แล้วทำให้นักเรียนไม่สามารถอ่านหนังสือและขีดเขียนได้ช้าลง 10%

 : ใส่แล้วอาจำให้รร.เกิดไฟไหม้จึงไม่สามารถใส่ได้

2.ห้ามไว้ทรงผมผิดระเบียบ

 :หากว่าตัดรองทรงสูงแล้วจะถูกด่าว่ายาวไป ไปตัดมาใหม่ หากนักเรียนไปตัดสกินเฮดในวันรุ่งขึ้นจะโดนด่าว่าประชด (แล้วจะให้พวกกระผมตัดอะไรวะ)

 :หากว่านักเรียนหญิงทำการซอยผมจะถูกตัดทิ้ง (อาจมีสาเหตุจากเมื่อนักเรียนซอยผมแล้วอาจทำให้หนักกบาลมากขึ้น)

 :หากว่านักเรียนหญิงมีกิ๊บติดผมสีสวยกิ๊บเก๋แล้วจะถูกยึด (คาดว่าสาเหตุมาจากมันอาจทำให้ครู-อ.เกิดอาการแสบตาได้)

 :หากว่านักเรียนมีทรงผมผิดระเบียบรร.แล้วอาจทำให้ความโง่เพิ่มขึ้น 99%

 :หากว่ามีคนมาเห็นทรงผมแล้วบอกว่าไม่เหมาะสม สาเหตุอาจเกิดจาก อิจฉาที่สมัยนั้นเขาก็โดนกฎงี่เง่าแบบนี้จึงไม่มีโอกาส อีกสาเหตุที่คิดได้คือความคิดและจิตใจคับแคบไม่ยอมรับ

3.หามเหยียบส้นรองเท้า และต้องผูกเชือกให้มีปม

 :เมื่อเหยียบส้นรองเท้าเดินแล้วจะทำให้ส้นรองเท้าพังง่ายจึกลำบากแก่ผู้ปกครอง (แล้วนันยางแม่งจะโฆนาทำไม!)

 :หากว่าท่านใส่รองเท้าด้วยวิธีปกตินั่งผูกทีละปมจะทำให้เสียเวลาในการเปลี่ยนคาบเรียนถึง 5% (แล้วก็มาบ่นพวกกรูอีกว่าทำไมมึงมาช้า มันเลยไปกี่นาทีแล้ว)

 :หากว่าท่านผูกเชือกมีปมแล้วท่านสามารถที่จะเหยียบมันได้ทุกเมื่อ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ (ดังนั้นการยัดเชือกไว้ในรองเท้าจึงเป็นการลดอุบัติเหตุได้!)

 :หากว่าท่านเร่งรีบในช่วงเวลาเร่งด่วนท่านจะมีเวลาใส่รองเท้านั่งผูกทีละปมมั้ย ? (ดังนั้นใส่เหยียบส้นจึงช่วยทำให้สะดวกกว่า 90%)

4.ห้ามมาสาย

 :การที่ท่านมาสายอาจทำให้เข้าเรียนไม่ทันในขณะที่ไอ้พวกเข้าเข้าแต่เสือกโดดมันยิ้มแก้มปริ่ม

 :หากว่าท่านมารร.แต่เช้าและขึ้นห้องเรียนไปจะถูกกล่าวหาว่าขึ้นไปทำอะไรมิดีมิร้าย (แล้วมึงจะเปิดรร.ทำไม ?)

 :หากว่าท่านเข้ารร.หลังเคารพธงชาติแล้วโดนด่าอาจทำให้อาคารถล่มลงมาได้

 :การที่มาไม่ทันเคารพธงชาตินั้นไม่ได้แปลว่าคนผู้นั้นไม่มีใจรักชาติ

 :การที่มารร.สายนั้นไมได้แปลว่าคนผู้นั้นมันไม่อยากทำภารกิจหน้าเสาธง

5.ร้องเพลงชาติไม่ดังพอ

 :หากท่านร้องเพลงชาติไม่ดังอาจทำให้ประเทศชาติล่มจมในขณะที่คนบางส่วนมันยังแก้นู่นนี่หาผลประโยชน์กัยต่อไป

 :การที่ร้องเพลงไม่ดังนั้นไม่ได้สื่อว่าไม่รักชาติ (มันขึ้นที่จิตใจ)และยังหมายถึงเขาคือผู้ดีไม่โหวดเหวกโวยวาย

 :การที่เขาไม่ร้องเพลงเขาอาจเจ็บคือก็ได้

 :การที่มีเสียงร้องเบาเกินไปท่านเคยบอกว่าวงดนตรีมันเล่นดังเกินไปมั้ย ?

 :การที่ให้ร้องซำมันไม่ได้ปลูกฝังให้มีความรักชาติเพิ่มขึ้นหรอก (มันอยู่ที่จิตใจ!)

6.พูดอบรมเป็นเวลานานๆ

 :ในขณะที่ท่านทำการอบรมอยู่นั้นพวกท่านลองมาตากแดดแบบนักเรียนดีมั้ย ?

 :ในขณะที่ท่านกำลังบ่นอยู่นั้นเคยสนใจมั้ยว่าฝนกำลังจะตก คนอื่นมีธุระ

 :ในขณะที่ท่านกำลังกล่าวอยู่นั้นท่านเคยดูเวลาหรือไม่ (ในกรณีที่ท่านดูหมายความว่าท่านไม่ยอมรับในระเบียบตารางเรียนที่ท่านทำขึ้นมาเอง)

7.ทำไมต้องพยายามหาเรื่องไร้สาระมาเล่าให้ฟังกัน

 :เรื่องการยกยอปอปั้นผู้อื่นซะเกินจริงนั้นมันไม่ช่วยให้เพิ่มความสรัทธาในตัวผู้นั้นขึ้นเลย  (คนมักคิดในใจว่ากุรู้แล้วมึงเก่งพอซักทีเหอะ ร้อน/เบื่อ/เซ็ง/กุมีงานที่ต้องทำ นะเว้ย)

 :เรื่องการพูดนู่นนี่โดยไม่มีมูลเหตุนั้นมันไม่ทำให้เกิดประโยชน์เลย (มีอย่างเดียวคือช่วยถ่วงเวลาให้เท่านั้นเอง)

สรุป : หากว่าท่านยังเป็นนักเรียนอยู่จงสำนึกไว้ซะว่าไม่มีความเป็นธรรมในสังคมที่มีแต่คนใจแคบ!

 

พอหอมปากหอมคอแล้วกันนะ ขอหน่อยเหอะอยากระบายเรื่องแบบนี้ทุกคนอาจเจอกันบ่อยบางเรื่องไม่บ่อย สำรับคนที่โตๆแล้วก็ช่วยกันพิจารณาหน่อยเหอะ ไม่ใช่เอาแต่ตามแนวทางเก่าๆที่ท่านได้ดำเนินมา

 

กุเบื่อโว้ย!!!